ก่อนหน้านี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ ที่เป็นหนึ่งในแผนของรัฐบาลไทย แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน ว่าจะสามารถอนุมัติใช้จริงได้หรือไม่ ในขณะที่ช่วงวันที่ 14 ก.ค 2564 ที่ผ่านมา หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านของเรานั่นคือเวียดนาม ได้ไฟเขียว ฉีดวัคซีนสลับ “แอสตราเซเนกา” กับ “ไฟเซอร์” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ติดตามไปพร้อมกับ gossipdaradaily.com กันเลยกับ เวียดนามไฟเขียวฉีดวัคซีนสลับ “แอสตราเซเนกา” กับ “ไฟเซอร์”

เวียดนามไฟเขียวฉีดวัคซีนสลับ “แอสตราเซเนกา” กับ “ไฟเซอร์”

                วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 เว็บไซต์ vnexpress ของเวียดนามรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามไฟเขียว อนุญาตให้มีการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ คือวัคซีนแอสตราเซเนกา และ ไฟเซอร์ ซึ่งการประกาศดังกล่าวมีขึ้นขณะที่เวียดนาม ได้วางแผนการกระจายวัคซีนรอบใหม่ จำนวน 745,000 โดส ที่จัดซื้อด้วยงบประมาณของประเทศและอยู่ระหว่างการจัดส่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้เวียดนามได้รับวัคซีนไฟเซอร์เพียง 97,000 โดส

โดยชาวเวียดนามที่ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เป็นเข็มแรก สามารถเข้ารับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่สองได้ โดยทิ้งช่วงห่างระหว่างการฉีดวัคซีน ประมาณ 8 ถึง 12 สัปดาห์ ซึ่งการฉีดนั้นจะขึ้นอยู่กับการยินยอมของผู้เข้ารับวัคซีนแต่ละคน แต่หากใครยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนก็สามารถรับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มแรกได้เช่นกัน

โดยวัคซีนไฟเซอร์ลอตใหม่นี้จะถูกกระจายไปที่ยังเมืองที่พบการแพร่ระบาดรุนแรงเช่นนครโฮจิมินห์ ซึ่งมีการล็อกดาวน์ไปหลายจุดก่อนหน้านี้ เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ และป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาด มันลุกลามไปไกล

เวียดนามไฟเขียว! ฉีดวัคซีนสลับ “แอสตราเซเนกา” กับ “ไฟเซอร์”

หากลองศึกษาข้อมูลดูดี ๆ จะพบว่าก่อนหน้านี้มีหลายประเทศมาก ที่ทำการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อให้กับประชาชน เช่น นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ก็ได้ฉีดวัคซีนวัคซีนแอสตราเซเนกา เป็นเข็มแรก ต่อด้วย วัคซีนจากโมเดอร์นา โดยทิ้งระยะห่าง 2 เดือน

ขณะเดียวกันสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า องค์การอนามัยโลก ได้ออกเตือนว่าการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อนั้นอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ ยิ่งเป็นวัคซีนที่มาตรฐานต่ำ แบบที่รัฐไทยใช้อันตรายอาจจะเกิดขึ้นได้ถึงชีวิตเลยทีเดียว